3 ข้อเสีย ที่รู้แล้วคุณจะเลิกเคลมประกันรถยนต์บ่อยเกินไป

ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประเภทประกันที่ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะนอกจากช่วยให้ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจมากขึ้นแล้ว ยังเป็นวิธีบริหารความเสี่ยงวิธีหนึ่ง อย่างน้อยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ไม่ต้องกังวลกับค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายของคู่กรณี รวมถึงค่าซ่อมแซมรถยนต์ด้วย โดยประเภทประกันรถยนต์ที่ได้รับความนิยม คือ ประกันภัยชั้น 1 ซึ่งเป็นประเภทประกันที่ให้ความคุ้มครองสูงสุด ครอบคลุมทั้งฝ่ายผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี และแม้ว่าประกันประเภทนี้จะคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี แต่ถึงอย่างนั้นหากเคลมบ่อย ๆ อาจส่งผลเสียต่อผู้เอาประกันภัยได้เช่นกัน

3 ข้อเสียของการเคลมประกันรถยนต์บ่อย ๆ

แบกรับค่าเบี้ยประกันสูง

แม้ค่าเบี้ยประกันรถยนต์จะต้องชำระในรูปแบบรายปี แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นจำนวนเงินไม่น้อย และการเคลมค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยบ่อย ๆ โดยที่ตนเองเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายประมาท จะส่งผลให้ค่าเบี้ยประกันปีถัดไปราคาสูงขึ้น เพราะบริษัทประกันบันทึกข้อมูลการเคลมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเคลมสด (รถชนรถ) หรือการเคลมแห้ง (ชนแบบไม่มีคู่กรณี เช่น ถอยรถชนประตูบ้าน ฯลฯ ) ทำให้หากมีการเคลมเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เบี้ยประกันปีถัดไปอาจสูงขึ้น เพราะบริษัทประกันถือว่าคุณมีความเสี่ยงสูง ต้องแบกรับค่ารับผิดชอบกรณีเกิดความเสียหายมากขึ้นนั่นเอง

ไม่ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกัน

การเคลมประกันรถยนต์บ่อยครั้ง นอกจากต้องแบกรับค่าเบี้ยประกันสูงขึ้นทุกปีแล้ว ยังทำให้ไม่ได้รับส่วนลดค่าเบี้ยอีกด้วย เพราะบริษัทส่วนใหญ่จะมอบส่วนลดค่าเบี้ยประกันในปีต่อไปให้กับผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี ไม่มีประวัติการเคลม เคลมน้อย หรืออาจเคลมบ่อยแต่ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด โดยส่วนลดค่าเบี้ยมีตั้งแต่ 10-50 เปอร์เซ็นต์ ถือเป็นตัวเลขค่อนข้างมาก ประหยัดเงินในกระเป๋าได้เยอะ ซึ่งส่วนลดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประวัติการเคลม เช่น หากปีแรกไร้ประวัติการเคลมจะได้รับส่วน 10 เปอร์เซ็นต์ และหากปีที่ 2 ยังคงขับขี่โดยไม่เคลม อาจได้ส่วนลดเพิ่มขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

ติดแบล็กลิสต์หรือถูกยกเลิกกรมธรรม์

หากมีประวัติการเคลมบ่อยเกินไป จนบริษัทประกันภัยประเมินว่าคุณคือผู้ขับขี่รถที่มีความเสี่ยงสูง ขาดความระมัดระวัง และประมาทจนเป็นนิสัย บริษัทประกันมีสิทธิ์บอกยกเลิกกรมธรรม์ บางบริษัทอาจใช้วิธีจำกัดสิทธิ์การเคลม รวมถึงบริษัทประกันมีสิทธิ์ปฏิเสธการต่อประกันภัยในปีถัดไปได้อีกด้วย

แม้ประกันภัยรถยนต์จะช่วยให้การขับขี่อุ่นใจ และไม่ต้องกังวลกับค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่ถึงอย่างนั้นการขับรถอย่างระมัดระวัง ไม่ประมาท และใส่ใจเพื่อนร่วมทางเสมอ คืออีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย สบายใจ และยังลดการเกิดอุบัติเหตุได้

Total
0
Shares
โพสต์ก่อนหน้า

เช็กก่อนเสียบ ชาร์จมือถือในรถ ทำให้แบตเตอรี่รถเสื่อมไวจริงหรือ

โพสต์ถัดไป

ซื้อรถป้ายแดงทั้งที ต้องเลือกสีที่ถูกโฉลก ความมงคลที่เจ้าของรถเลือกเองได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

[How to] วิธีเลือกรถยนต์ เครื่องดีเซล กับ เครื่องเบนซิน แบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ

สำหรับใครที่กำลังมองหารถยนต์เอาไว้ใช้งานกันสักคันหนึ่ง จะสังเกตเห็นได้ว่าบางรุ่นนั้นก็มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งก็อาจจะทำให้เกิดการตัดสินใจหรือเกิดความลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดีกว่ากัน วันนี้เราจึงมีวิธีเลือกรถยนต์ว่าจะใช้เครื่องยนต์ดีเซลหรือเครื่องยนต์เบนซินมาเทียบคุณสมบัติกันช็อตต่อช็อตว่าแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ
Avatar
อ่านต่อ

อัพเดท! จุดชาร์จไฟรถไฟฟ้า ใกล้ที่ไหนแวะไปเลย

ถ้าพูดถึงนวัตกรรมยานยนต์ที่กำลังมาในปีนี้เลย ต้องยกให้ “รถยนต์ไฟฟ้า” เรียกว่าเป็นเทรนด์ในอนาคตที่ผู้ใช้หลายคนกำลังจับตามองที่จะเปลี่ยนจากรถที่ใช้น้ำมันกลายเป็นรถที่ใช้ไฟฟ้าแทน แต่ติดปัญหาอยู่ที่ความกังวลใจว่าถ้าซื้อมาใช้แล้ว จะมีที่ชาร์จไฟหรือเปล่า หาที่ชาร์จไม่ได้จะทำอย่างไร ถ้าจุดให้บริการชาร์จไฟมีไม่เพียงพอ เราจึงจะมาอัพเดทจุดชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้ากันค่ะ ว่ามีสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ไหนกันบ้าง สามารถมาเช็คและแพลนการเดินทางได้เลย
Avatar
อ่านต่อ

ไขข้อสงสัย ค่าเลขน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์คืออะไร เลือกแบบไหนถึงจะคุ้มกว่ากัน

ทุกวันนี้เวลาแวะเข้าปั๊ม หรือผ่านปั๊มน้ำมัน เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าค่าตัวเลขหลังชื่อน้ำมันคืออะไรกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร ถ้าไม่นับรวมแค่เรื่องของราคา เราอาจจะรู้แค่ว่ารถของเราเติมตัวนี้ แล้วตัวอื่น ๆ คืออะไรกันค่ะ ขึ้นชื่อว่าน้ำมันเชื้อเพลิงก็ถือว่าเป็นแหล่งพลังงานหลักของรถยนต์ ที่ใช้ในการขับเคลื่อน โดยเกิดจากการเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งในบ้านเราแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ น้ำมันเบนซิน และ น้ำมันดีเซล
Avatar
อ่านต่อ
Total
0
Share