บัตรทางด่วน Easy Pass และ M-Pass ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนถึงเหมาะกับคุณ

การเดินทางที่รวดเร็วและสะดวกสบาย นอกจากทำให้ประหยัดเวลาแล้วยังสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบของคนเมืองได้เป็นอย่างดี และสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนจึงมีตัวเลือกประหยัดเวลาเดินทางอย่างบัตรทางด่วน Easy Pass และ M-Pass ซึ่งหลายคนน่าจะทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นบัตรที่ใช้ผ่านทางพิเศษอย่างง่ายดาย เพราะไม่ต้องต่อคิว เหมาะกับช่วงเวลาเร่งรีบเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อว่าหลายคนอาจสงสัยว่าบัตรทั้ง 2 ประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหนดีถึงตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละคน

ทำความรู้จักบัตร Easy Pass และ M-Pass พร้อมความแตกต่างของทั้ง 2 บัตร

สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน เชื่อว่าน่าจะคุ้นเคยกับชื่อบัตรทางด่วน Easy Pass และ M-Pass เป็นอย่างดี แต่อดสงสัยไม่ได้ว่าทั้ง 2 บัตรนี้ นอกจากชื่อเรียกแตกต่างกันแล้วยังมีอะไรแตกต่างกันอีกบ้าง

  • สำหรับบัตร Easy Pass

คือ บัตรของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย สามารถใช้ผ่านทางเข้าออกได้ที่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 (บางปะอิน – บางพลี) รวมถึงทางพิเศษในความดูแลของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยทุกเส้นทาง โดยบัตร Easy pass ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการเดินทางผ่านทางพิเศษเส้นทางต่าง ๆ เท่านั้น สามารถเติมเงินได้หลายช่องทาง เช่น ด่านเก็บค่าผ่านทาง ตู้เอทีเอ็ม แอปพลิเคชันธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิส เป็นต้น

  • สำหรับบัตร M-Pass

เป็นบัตรที่ออกโดยกรมทางหลวงที่ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ตัวบัตรออกแบบมาให้ใช้ผ่านทางบนเส้นทางหลวงและทางพิเศษทุกเส้นทางเช่นเดียวกับบัตร Easy Pass แต่ความแตกต่าง คือ บัตร M-Pass สามารถใช้ซื้อสินค้าได้ด้วย โดยสามารถซื้อสินค้าได้ทุกร้านค้าที่มีสัญลักษณ์วีซ่า ดังนั้น การเติมเงินเข้าบัตร M-Pass ไม่ได้เพื่อการเดินทางเสมอไปเพราะสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการได้ สำหรับช่องทางเติมเงิน คือ ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทยสาขาต่าง ๆ แอปพลิเคชัน M-Pass รวมถึงจุดบริการ M-Pass จำนวน 6 แห่ง

บัตร Easy Pass และ M-Pass เลือกบัตรไหนถึงใช่สำหรับคุณ

หากต้องการเป็นเจ้าของบัตรทางด่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการเดินทางเป็นสำคัญ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้ง 2 บัตร เพราะบัตรทั้ง 2 ประเภท สามารถใช้เดินทางบนทางพิเศษและทางหลวงเส้นเดียวกัน แต่ควรพิจารณาจากความสะดวกสบายเรื่องการเติมเงินว่าสะดวกช่องทางไหน เพราะทั้ง 2 บัตรมีช่องทางเติมเงินแตกต่างกัน แต่หากใครที่อยากเพิ่มความสะดวกสบาย ต้องการซื้อสินค้าและบริการผ่านบัตรทางด่วนได้ด้วย แนะนำให้เลือกบัตร M-Pass เพราะนอกจากเป็นบัตรผ่านทางแล้วยังใช้รูดซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่าจะเป็นบัตร Easy Pass หรือ M-Pass ต่างออกแบบมาเพื่อมอบความรวดเร็วและความสะดวกสบายเหมือนกัน อีกทั้งยังสามารถใช้กับทางพิเศษและทางหลวงเส้นทางเดียวกันอีกด้วย ดังนั้น สะดวกบัตรไหนสามารถเลือกใช้บริการบัตรนั้น เพราะไม่ว่าจะเลือกใช้บัตรประเภทใดต่างตอบโจทย์เรื่องการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องต่อคิวและไม่ต้องเตรียมเงินจ่ายค่าผ่านทางให้ยุ่งยากอีกด้วย

Total
0
Shares
โพสต์ก่อนหน้า

รวมลิสต์ค่าใช้จ่าย 5 รายการที่คนซื้อรถต้องเตรียมให้พร้อม

โพสต์ถัดไป

ซูเปอร์คาร์คู่ใจกับ 3 นักเตะระดับโลก รถหรูที่คนทั้งโลกอยากมี

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไขข้อสงสัย ค่าเลขน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์คืออะไร เลือกแบบไหนถึงจะคุ้มกว่ากัน

ทุกวันนี้เวลาแวะเข้าปั๊ม หรือผ่านปั๊มน้ำมัน เคยสงสัยกันไหมคะ ว่าค่าตัวเลขหลังชื่อน้ำมันคืออะไรกัน แล้วมันแตกต่างกันอย่างไร ถ้าไม่นับรวมแค่เรื่องของราคา เราอาจจะรู้แค่ว่ารถของเราเติมตัวนี้ แล้วตัวอื่น ๆ คืออะไรกันค่ะ ขึ้นชื่อว่าน้ำมันเชื้อเพลิงก็ถือว่าเป็นแหล่งพลังงานหลักของรถยนต์ ที่ใช้ในการขับเคลื่อน โดยเกิดจากการเผาไหม้ในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งในบ้านเราแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ น้ำมันเบนซิน และ น้ำมันดีเซล
Avatar
อ่านต่อ

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ จำเป็นแค่ไหนต้องดู

การตั้งศูนย์ถ่วงล้อเป็นอะไรที่สำคัญมาก อย่าลืมหมั่นดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ โดยการสลับยางทุก ๆ 10,000 กม. จะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปี หรือคิดเป็นระยะทางประมาณ 50,000 กม.ซึ่งก็แล้วแต่ว่าจะถึงเงื่อนไขไหนก่อน และเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางใหม่ก็ควรจะเปลี่ยนและตั้งศูนย์ถ่วงล้อกันด้วยนะคะ
Avatar
อ่านต่อ

เคลือบแก้วคืออะไร ควรทำหรือไม่ พร้อมข้อดี-ข้อเสีย

สำหรับคนรักรถนั้นต่างก็มีสารพัดวิธีเพื่อที่จะทำให้รถของคุณดูสวยงามเหมือนใหม่อยู่ตลอดเวลา  และอีกหนึ่งวิธีที่หลายคนเลือกใช้ก็คือการเคลือบแก้วเพื่อปกป้องสีรถและทำให้รถดูสวยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ แต่ก็เชื่อได้ว่าอีกหลายคนอาจจะยังสงสัยว่าเคลือบแก้วคืออะไร ควรทำหรือไม่ และมีข้อดีข้อเสียอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้แล้ว
Avatar
อ่านต่อ
Total
0
Share